ไม่อยากบรรยายกล่าวประโยคเริ่มต้นเลยแฮะ เพราะผมหิวง่าย+ไวอยู่ด้วย
 
คราวนี้กระผมอยากจะทำเอนทรี่ แบบ " How To... " ดูบ้างน่ะครับ
 
 
 
แต่ How To ที่ว่าเนี่ยเป็นอาหารทำกินเองครับ...
 
 
 
 
 
 
สิ่งที่ต้องเตรียม
 
1. เนื้อหมู (จะตรงสัน คอ หรือสะโพกก็ได้) ไม่เอาติดมัน
 
2. มันฝรั่ง 4 หัว(ใหญ่ๆ)
 
3. ผักกาดแก้ว (ไว้กินคู่กับน้ำสลัด) หรือจะเอาผักอย่างอื่นมาเพิ่ม เสริมแทนก็ได้
 
4. นมคาเนชั่ล 
 
5. ซีอิ๋วขาว 7 ช้อนโต๊ะ
 
6. น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
 
7. พริกไทยดำ 2 ช้อนโต๊ะ
 
8. เนยแข็ง
 
9. ไข่
 
10. ขนมปังแผ่น
 
11. กะละมัง 
 
12. น้ำแข็ง 
 
13. หม้อต้ม
 
14. มีด
 
15. กระทะเคลือบ
 
 
 
ส่วนวิธีการทำนั้น
จะบอกเป็นภาพๆ นะครับ
 
 
 
 
เริ่มจากการทำมันบดก่อน
 
1.ก็เตรียม มันฝรั่ง มีด หม้อต้ม (ถ้าอยากทำเยอะ ก็เตรียมหลายๆลูกหน่อย)
 
 
 
 
2. พยายามเฉือนเปลือกรอบตัวมันฝรั่ง (ถ้าสังเกตภาพดี ก็จะเห็นเป็นเส้นแนวตรงกลางหัวมัน)
จากนั้นก็ใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มให้ทั่ว เผื่อเวลาต้มอุณภูมิร้อนๆ จากการต้มจะได้สุกถึงแกนในด้วย
 
 
 
 
3. เอาไปต้มในน้ำ (ทั้งหัวเลย) โดยใช้ไฟแรงนานสัก 20-30 นาที
 
 
 
 
4. นำกะละมัง หรือถาดที่เตรียมไว้ ใส่น้ำและก็น้ำแข็งตาม
 
 
 
 
5. นำหัวมันที่ต้มจนแกนในสุกได้ที่จนนิ่มแล้ว ก็ตักลงไปแช่ในน้ำเย็น แล้วนับถอยหลัง 10 วินาที
 
 
 
 
6. ลอกเปลือกออกช้าๆ ดั่งเปลือกกล้วย... เอ๊ะ!? หรือว่าตอกไข่ดี อย่างโครตง่าย
 
 
 
 
7. แล้วผลที่ได้ออกมาก็คือ มันต้มที่ยังคงสภาพรูปลักษณ์ก่อนที่จะถูกต้มก่อนหน้านี้
(มีอันนึงเหมือนครัวซองค์ด้วย แหม~ น่ารักจริงๆ)
 
จากนั้นก็เตรียมนำไปบดด้วยเครื่องปั่น (หั่นก่อนนะ แล้วค่อยเอาไปปั่น)
# หากบ้านใครไม่มีเครื่องปั่น ก็ใช้ครกกับสาก(กระบือ)ตำแทนก็ได้ #
 
พอเละได้ที่ก็ตักมาใส่ถาด จากนั้นก็ใส่เกลือไปครึ่งช้อนชา กับพริกไทยอีกครึ่งช้อนโต๊ะ
คลุกไปคลุกมาจนส่วนผสมเข้ากัน
 
ทีนี้เราก็ได้มันบดแล้วล่ะ
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนวิธีทำสเต๊ก
 
8. นำเนื่อหมูชิ้นใหญ่ที่ซื้อมา ที่เตรียมไว้มาหั่นให้ได้มีความหนา 1เซนติเมตร แล้วเทนมคาเนชั่ลใส่ลงถ้วยชามพอประมาณ แล้วก็หมักแช่ในตู้เย็นเป็นเวลา 15-20 นาที เพื่อให้เนื้อมันนุ่มพอเวลาเคี้ยว
 
พอหมักได้ที่แล้ว ก็เตรียมชามอีกใบ ใส่เครื่องปรุงทำซอสหมักอีกที
โดยใช้ซีอิ๋วขาวลงไป 7 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลครึ่งช้อนโต๊ะ
ผักชีกับต้นหอม หั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ (หรือจะไม่ใส่ผักก็ได้นะ อันนี้ก็แล้วแต่)
 
นำเนื่อหมูที่หมัก สะเด็ดน้ำนมก่อนจะเอาไปลงซอสซีอิ๋ว
แล้วก็หมักแช่เอาไว้ในตู้เย็นอีกที เป็นเวลา 15 -20 นาที
 
 
 
 
9. พอหมักจนซอสเข้าเนื้อได้ที่แล้ว ก็เตรียมตั้งกระทะพร้อมย่าง
 
หั่นเนยแข็งเป็นแผ่นบาง แล้วก็ใส่ลงไปในกระทะ (1 แผ่น/ 2 ชิ้น)
(เหตุที่ไม่ใช่น้ำมัน เพราะเวลาย่างไปมานั้น เนื้อจะสุกเร็วเกิน จนเนื้อส่วนนอกจะกรอบไหม้)
 
 
 
 
10. จากนั้นก็นำเนื้อหมูใส่ลงไป ใช้ไฟแรง
แล้วเอามีดมาเฉือนเป็นแนวทะแยง เพื่อที่เวลาย่างนั้นจะได้สุกไปถึงข้างในด้วย
พลิกเนื้อกลับไปกลับมา จนได้ที่กำลังดี ก็ตักเตรียมใส่จาน
(ใครที่ชอบกึ่งดิบกึ่งสุก ก็ไม่ต้องอย่างให้สุกมากก็ได้ แค่อย่างพลิก 2-3 ที ก็ได้แล้ว)
 
 
 
 
11. นำผักมาตกแต่งจาน ให้ดูน่ารับประทาน พร้อมกับมันบดเป็ยของคู่เคียง 
 
 
 
 
12. สุดท้ายก็ทอดไข่ดาว กับปิ้งขนมปังแผ่น มาตกแต่งหน้าจานอีกที
 
แล้วเราก็ได้เมนู "สเต๊กหมูหมักซอสพริกไทยดำ" ที่คุณเองก็ทำกินเองที่บ้านก็ได้
โดยไม่ต้องไปกินที่อื่นให้เสียตังค์เพิ่ม
 
 
แต่น แต่น แต๊นนนนน!!~
 
ที่เห็นในรูปนี้เนี่ย ผมทำ 3 ที่นะครับ วัตถุดิบก่อนทำเนี่ย เลยเยอะเป็นพิเศษ
(หมดงบไปแค่ 270 เอง หมูๆ~) 
 
 
 
 
 
ทำ๊ง๊าย! ง่ายแถมสนุกครับ ไม่ค่อยยุ่งยากด้วย
 
แถม(ไอ้)น้องชายของผมก็ติดใจซะด้วย แบบนี้สิพี่ชายอย่างเราเป็นปลื้ม!!
 
 
ถ้าจะให้คิดค่าใช้จ่ายนะครับ ซิสเล่อร์อย่างต่ำ จานละ 500
ทำกินเองที่บ้าน ใช้งบไปแค่ 270 (โดยประมาณ)
 
 
จะเห็นได้ว่า ทำกินเองยังจะคุ้มกว่าไปกินที่ซิสเล่อร์อีกครับ (ถูกกว่าตั้งครึ่งนึงแหน่ะ!)
แถมทำได้จุใจด้วย... ไม่พอก็ทำใหม่แค่นี้แหละคร้าบบบ~
 
 
 
 
 
 
Trick พิเศษ
 
 
ส่วนใครที่ยังงงกับวิธีการทำมันฝรั่งบดนะ
ขอให้ดูคลิปนี้เป็นตัวอย่างนะครับ
(เพราะตัวกระผมเองก็ใช้วิธีนี้ เหมือนที่ในคลิปบอกนั่นแหละ ง่าย โค-ตะ-ระ โครตๆๆ!!!)
 
 
 
ง่ายเหมือนตอกไข่ จริงๆ นะเธอว์~
 
 
 
 
เอนทรี่ในคราวนี้ก็หวังว่าจะมีประโยชน์ค่อนข้างสูงนะครับ สำหรับผู้ที่อยากจะหัดลองทำกินเองที่บ้าน
โดยไม่ต้องไปเสียเวลาเปลืองตังค์ไปกินที่ร้านสเต๊กหรูๆ อย่างซิสเล่อร์ หรือเจฟเฟอร์
 
 
 
 
______________________________________________________________________________
 
ไว้เจอกันเอนทรี่หน้านะขอรับ  Sayounara!!~
 
 
 
 

edit @ 1 Mar 2013 16:09:24 by Ketsuya

Comment

Comment:

Tweet

#6 By (1.47.40.133|1.47.40.133) on 2015-09-08 16:00

#5 By (49.230.118.235|49.230.118.235) on 2015-05-04 13:28

sad smile sad smile คือว่าถ้าจะทำแบบอื่นได้ไหมค่ะ

#4 By (1.46.81.244|1.46.81.244) on 2014-09-14 12:55

sad smile sad smile คือว่าถ้าจะทำแบบอื่นได้ไหมค่ะ

#3 By (1.46.81.244|1.46.81.244) on 2014-09-14 12:55

#2 By (125.27.130.57|125.27.130.57) on 2014-04-27 07:00

ดูหมักง่ายทำง่ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะมันฝรั่ง

#1 By Arcwind K. Earannos on 2013-03-01 16:44

Categories